เกณฑ์การให้คะแนน ในการสอบแข่งขันคณิตศาสตร์ประเทศไทย(TMC) การสอบ TMC  ครั้งที่ 1 
รอบคัดเลือกทั่วประเทศ ซึ่งจะมีการสอบทั่วประเทศ ในวันที่ 27 มีนาคม 2554 นั้น จะมีข้อสอบทั้งหมด
30 ข้อ ของทุกระดับชั้นโดย 29 ข้อแรก คะแนนเต็ม 150 คะแนน
 เกณฑ์การให้คะแนน  ดังต่อไปนี้

  • ข้อ 1-12 ข้อสอบปรนัย    ตอบถูกได้ 4 คะแนน  ไม่ตอบได้  1 คะแนน
  • ข้อ 13 - 24 ข้อสอบปรนัย ตอบถูกได้ 6 คะแนน ไม่ตอบได้ 1.5 คะแนน
  • ข้อ 25-29  ข้อสอบอัตนัย  ตอบถูกข้อละ 6  คะแนน

นอกจากนี้  จะมีข้อสุดท้าย คือ ข้อที่ 30  เป็นข้อสอบโบนัส ข้อสอบอัตนัย  ซึ่งผู้เข้าสอบจะเลือกทำก็ได้ ไม่ทำก็ได้  ถ้าตอบถูกได้ 15 คะแนน แต่ถ้าตอบผิด ติดลบ 5 คะแนน                             
    
“ทำไมต้องให้ 1 คะแนนทุกข้อ สำหรับคนที่ไม่ตอบ  เพราะถ้าส่งกระดาษคำตอบเปล่า ก็จะได้คะแนนแล้ว ถึง 30 คะแนน ถ้าเช่นนั้น จะวัดศักยภาพเด็กได้จริงหรือ?”
  
นี่คือข้อสงสัยจากผู้ปกครอง และบุคคลทั่วไป

สาเหตุที่ให้  1  คะแนน  สำหรับคนที่ไม่ตอบเลยแต่ละข้อ  ขอแจงเหตุผล อย่างละเอียดดังนี้

       1. เพื่อป้องกันการเดาของผู้สอบ  เพราะถ้าเดาถูกเราก็ไม่สามารถที่จะวัดศักยภาพได้
           อย่างแน่ชัดว่าผู้สอบทำข้อสอบได้จริงหรือเปล่า
          กล่าวคือ  ข้อสอบปรนัย ที่มี choice ให้เลือก  5 คำตอบนั้น  ถ้าตอบคำตอบเดียวทุกข้อ ผู้สอบก็จะมีโอกาสตอบถูกแล้วถึง 20%  ดังนั้น เพื่อป้องกันการเดาของผู้เข้าสอบ เราจึงกำหนดให้
คะแนน 1 คะแนน หรือ 1.5 คะแนน สำหรับผู้ที่ไม่ตอบจำนวน 24 ข้อ ซึ่งจะได้ 30 คะแนน
          ดังนั้น เมื่อประเมินศักยภาพของผู้เข้าสอบแล้ว  ย่อมประเมินได้ชัดเจนว่า ผู้ที่ได้คะแนน 30 จาก 150 คะแนนเต็ม หรือ ผู้ที่ได้คะแนนโดยไม่ตอบแม้แต่ข้อเดียวนั้น  สรุปว่าทำข้อสอบไม่ได้เลย ซึ่งหมายถึงว่า
ผู้สอบขาดความเข้าใจในวิชาคณิตศาสตร์  ที่พ่อแม่ หรือผู้ปกครอง หรือ ทางโรงเรียน จะต้องเข้ามาดูแล
เพื่อพัฒนาการเรียนคณิตศาสตร์ให้กับผู้สอบในโอกาสต่อไป

       2. เพื่อทดสอบเรื่องการวางแผนในการทำข้อสอบคณิตศาสตร์    

         ข้อสอบของ TMC ทุกระดับชั้น ซึ่งมี 30 ข้อนั้น  ใช้เวลาในการทำข้อสอบ 1.30 ชั่วโมง นั่นหมายถึงว่า
ผู้สอบทุกคนมีเวลาที่ค่อนข้างจำกัด  เพราะฉะนั้น ทุกคนจะต้องบริหารเวลากับจำนวนข้อสอบให้ได้
         ดังนั้น  ผู้สอบจะต้องทำข้อที่ตัวเองมั่นใจว่าทำได้ก่อน   ส่วนข้อที่ทำไม่ได้ ก็จะต้องวางแผนว่า
จะเดา หรือ เลือกที่จะไม่ทำ  กล่าวคือ ถ้าเดาถูก มีโอกาสได้เต็ม เดาผิด ไมได้คะแนน แต่ถ้าไม่ทำเลย
ได้ 1 คะแนน
        แต่อย่างไรก็ดี  เนื่องจากข้อสอบถูกออกแบบมาตามหลักสถิติ ดังนั้น การไม่ตอบ
หรือการตอบแบบเดาข้อสอบ จะได้ค่าเฉลี่ยของคะแนนที่สอบ (Expected Value) ใกล้เคียงกัน

“ผู้เข้าสอบที่ตั้งใจสอบ แต่ตอบไม่ถูก ได้เพียง 20 คะแนน  กับผู้เข้าสอบที่ไม่ได้ทำข้อสอบเลย แต่ได้ 30 คะแนน อย่างนี้ จะเกิดการได้เปรียบเสียเปรียบกันหรือไม่ ? ”  นี่คืออีกเรื่องที่มีการตั้งข้อสังเกตุ

ขอตอบว่า  ผู้สอบกลุ่มนี้ทั้งสองกรณี ย่อมไม่มีโอกาส ที่จะผ่านไปสอบถึงรอบชิงชนะเลิศ  จริงมั้ยคะ
เพราะฉะนั้น  ย่อมไม่มีการได้เปรียบเสียเปรียบแน่นอน
 เพราะผู้เข้าสอบกลุ่มนี้มีโอกาสเข้าสอบแค่
รอบแรกเพื่อวัดศักยภาพทางการเรียนคณิตศาสตร์เท่านั้นดังนั้น ในการได้รับผลการประเมินก็จะต้อง
แตกต่างกันอย่างแน่นอน
      กล่าวคือ คนที่ไม่ตอบเลย แต่ได้ 30 คะแนนนั้นการประเมิน คือ ไม่มีความเข้าใจในวิชาคณิตศาสตร์  และจะต้องได้รับการพัฒนาการเรียนคณิตศาสตร์เป็นอย่างมากแต่คนที่ได้ 20 คะแนน ซึ่งทำคะแนนได้น้อยนั้น
แสดงว่า ส่วนหนึ่งมีความเข้าใจในการเรียนคณิตศาสตร์ แต่มีบางเรื่องที่ยังเข้าใจผิด หรือยังขาดความเข้าใจ
อย่างแท้จริงที่พ่อแม่ หรือผู้ปกครอง หรือโรงเรียน จะต้องเพิ่มศักยภาพในเรื่องที่ผู้เข้าสอบยังขาดอยู่

       ข้อสอบจะได้รับการเฉลยอย่างละเอียด
                การสอบทุกระดับชั้น ภายหลังจากสอบเสร็จ จะมีการเฉลยตัวเลือกที่ถูกต้อง พร้อมสัดส่วนในการ
ตอบแต่ละข้อ ของผู้เข้าสอบแต่ละคน เพื่อเป็นแนวทางในการหาข้อบกพร่องในการเรียนคณิตศาสตร์ ของผู้เข้าสอบทุกคน  ตามตัวอย่าง ดังนี้

ข้อที่

ไม่ตอบ

1

99.65

.00

.00

.00

.30

.00

2

.00

.17

2.95

1.39

95.49

.00

3

.00

.00

.00

100.00

.00

.00

4

.35

.00

96.70

.52

1.74

.69

5

.69

.35

1.39

79.69

5.03

12.85

6

1.56

1.56

29.86

5.73

26.74

34.55

7

.69

3.30

52.26

3.30

2.43

38.02

8

1.74

9.55

1.91

2.08

10.07

74.65

9

1.91

3.99

32.29

3.82

1.39

56.60

10

11.81

7.99

11.98

3.99

9.90

54.34

หมายเหตุ :    ทั้ง 10 ข้อ คำตอบที่ถูกคือ ตัวแดงหนา
ตัวอย่างข้อที่ 1  ประเมินคร่าวๆดังนี้

  • นักเรียนผู้เข้าสอบส่วนใหญ่ ตอบถูก  มีเพียง .30% เท่านั้นที่ตอบผิด ประเมินว่า ข้อสอบข้อนี้ ไม่ยากมาก
  • ข้อสอบดังกล่าว เป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร  การที่ผู้เข้าสอบส่วนน้อยตอบผิด แสดงว่า ยังขาดความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้  ซึ่งจะต้องกลับไปทำความเข้าใจเพิ่มเติมความรู้ให้มากยิ่งขึ้น

ตัวอย่างข้อที่ 8  ประเมินคร่าวๆ ดังนี้

  • ผู้เข้าสอบส่วนใหญ่ถึง 74.65 %  ไม่ตอบคำถามนี้  แสดงว่าข้อสอบยาก
  • มีคนตอบข้อ ข. ซึ่งเป็นคำตอบที่ถูกเพียง 9.55%  และมีคนตอบข้อ จ. จำนวน 10.07%  แสดงว่า ข้อสอบข้อนี้ ให้คำตอบลวง กรณีที่ผู้สอบต้องการจะเดาคำตอบ  ซึ่งคนที่เดาผิด ประเมินได้ว่า พอจะรู้เรื่องที่ออก แต่ยังขาดความเข้าใจที่ลึกซึ้งเพียงพอ  และคนที่ตอบถูก เป็นคนที่เข้าใจเรื่องที่สอบอย่างลึกซึ้ง (เพราะเป็นข้อสอบข้อที่ยาก)

         เกณฑ์การให้คะแนน ของการสอบ TMC ในครั้งนี้  เป็นการให้คะแนนตามหลักสถิติ ตามมาตรฐานสากล ที่ทางคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในการออกข้อสอบ ได้ศึกษาการออกข้อสอบ และการให้คะแนนมาจากต่างประเทศ จากสนามสอบนานานชาติสำคัญทั่วโลก แล้วนำมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับหลักสูตรไทย ดังนั้น การสอบ TMC รอบแรก ลักษณะของข้อสอบ และวิธีการให้คะแนน จะเป็นการประเมินศักยภาพของผู้สอบอย่างแท้จริง  โดยข้อสอบจะออกไม่เกินหลักสูตร
แกนกลาง ของ สพฐ.
        แต่รอบสอง ซึ่งเป็นรอบชิงชนะเลิศนั้น ข้อสอบจะเป็นแนวแข่งขันอย่างแท้จริง แต่ก็ยังออกตาม
หลักสูตรแกนกลางของ สพฐ.เหมือนเดิม และถ้ามีเรื่องไหน ที่ออกเกินหลักสูตร หรือไม่มีในหลักสูตร ก็จะนำเนื้อหาที่ออกเกินนั้น มาลงในเวบไซต์ เพื่อให้ผู้สอบทุกคนได้อัพโหลดไปอ่าน และทำความเข้าใจ

TMC คืออีกหนึ่งสนามสอบ ที่เรามั่นใจว่า
จะเป็นเวทีสำคัญอีกเวทีหนึ่งของคนรักคณิตศาสตร์อย่างแท้จริง  ที่ผู้เข้าสอบทุกคนมั่นใจได้ ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจจริง ในการจัดการแข่งขัน  เพราะสามารถตรวจสอบความโปร่งใส 
ได้ทุกขั้นตอน ....เราให้คำมั่นสัญญา !!